![]() |
สำหรับการดูแลสุขภาพของสุนัขสิ่งสำคัญ
คือการใด้รับอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่สมดุล
ในช่วงที่ลูกสุนัขกำลังเจริญเติบโต
จะต้องการปริมาณมากกว่าสุนัขที่โตเต็มที่แล้วเสียอีก
ดังนั้นคุณควรจะเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน
และเหมาะสำหรับช่วงเจริญเติบโต
สุนัขต้องการน้ำสะอาดและสารอาหารต่างๆ
เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต
เพื่อใช้เป็นพลังงานและเสริมสร้างกระดูก
ไขมัน สะสมพลังงาน
และมีความจำเป็นต่อการละลายวิตามินบางชนิด
วิตามินและแร่ธาตุจำเป็นต่อขบวนการเผาผลาญอาหาร
รวมถึงบำรุงรักษาร่างกาย
เพื่อให้แน่ใจได้ว่าคุณเลือกอาหารที่ดีและมีสารอาหารตรงกับความต้องการ
คุณควรเลือกซื้ออาหารจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ
มีการศึกษาวิจัย
และพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ
และที่สำคัญต้องผ่านการรับรองคุณภาพจากสถาบันที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
ซึ่งจะทำให้คุณสบายใจได้ว่าสุนัขคุณจะได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วน
อาหารสุนัขไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่ผลิตจากต่างประเทศเสมอไป
เราสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกำลังทางเศรษฐกิจของแต่ละคน
นั้นหมายรวมถึงการทำอาหารเลี้ยงด้วยตัวเอง
แต่สิ่งสำคัญคือการพยายามให้สารอาหารให้ครบ
ซึ่งจะทราบได้จากการสังเกตุและให้อาหารเสริมแก่สุนัขตามแต่ละปัญหาซึ่งแต่ต่างกันไป
สุนัขที่คุณเลี้ยง
ต้องการสารอาหารทั้งจากเนื้อสัตว์และผักต่างๆ
เช่นเดียวกับมนุษย์เราเพียงแต่ต้องการในปริมาณที่แตกต่างกัน
โดยสุนัขต้องการปริมาณโปรตีนมากกว่าคนเราถึง
6 เท่าและแคลเซียมมากกว่าถึง 7
เท่า
ดังนั้นการเลี้ยงสุนัขด้วยอาหารที่เราทานหรืออาหารเหลือนั้น
จึงจำเป็นที่ต้องใช้อาหารเสริมสำหรับสุนัขแล้วแต่กรณีไป
ควรปรึกษาสัตวแพทย์เวลามีปัญหาต่างๆ
นอกจากนี้ปริมาณความต้องการสารอาหารในสุนัขยังแตกตางกันออกไปตามอายุและขนาดของสุนัขด้วย
ลูกสุนัขที่มีอายุระหว่าง 0-1 ปี |
ในช่วนี้ร่างกายของสุนัขจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นสุนัขจึงต้องการสารอาหารประเภทโปรตีน รวมถึงแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงมากเป็นพิเศษ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาโครสร้าง กล้ามเนื้อ กระดูกและฟัน |
สุนัขอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป |
สุนัขที่โตแล้ว จะต้องการสารอาหารและปริมาณอาหารที่ครบถ้วน 100 % เพื่อบำรุงสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย ไม่อ้วน หรือผอมจนเกินไป |
สุนัขกิจกรรมน้อยลง สุนัขสูงวัยและสุนัขตอน |
สุนัขจะมีกิจกรรมการเครื่อนไหวน้อยลงแต่ยังคงต้องการคุณค่าของสารอาหารที่ครบถ้วน
โดยต้องการโปรตีนสูงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ซึกหรอต่างๆของร่างกาย
แต่ต้องการไขมันต่ำ
เพราะจะต้องควบคุมน้ำหนัก
ไม่เช่นนั้นจะมีโอกาสที่จะอ้วนเกินไปได้ง่าย
|
อาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัข
สำหรับการเลี้ยงสุนัขด้วยอาหารสำเร็จรูปนอกจากจะมีความสะดวกแล้ว
ยังเป็นอาหารที่มีกลิ่นน้อยมากและย่อยง่าย
ทำให้มีอุจจาระน้อยและทำความ
สะอาด ง่าย
อาหารสำเร็จรูปมีอยู่ด้วยกัน 2
แบบ.. คือ
ซึ่งสุนัขบางตัวอาจ
ไม่เคยชินกับรสชาดและกลิ่นของอาหารสำเร็จรูป.
แต่สามารฝึกหัดให้กินได้โดยผสมอาหารสำเร็จรูป
จำนวนเล็กน้อยลงในอาหารที่ใช้เลี้ยงอยู่เดิมก่อนเมื่อสังเกตเห็นว่าสุนัขเริ่มกินได้แล้วจึงค่อย
ๆเพิ่มสัดส่วนอาหารสำเร็จรูป
ขึ้นไปทีละน้อยจนสุนัขสามารถกินอาหาร
สำเร็จรูปล้วน ๆ
.ได้นอกจากอาหารสำเร็จรูปแล้วในปัจจุบันยังมีของขบเคี้ยว
ของกินเล่นให้สุนัขได้บริหารเหงือกและ
ฟันซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพในช่องปากมีแคลอรี่ต่ำมาก
และช่วยป้องกันสุนัขที่
ชอบกัดทำลายของเสียหายได้
รวมทั้ง
เหมาะเป็นของว่างและให้เป็นรางวัลขณะฝึกด้วย
ความต้องการน้ำของสุนัข
ในแต่ละวันสุนัขสูญเสียน้ำได้หลายทางคือปัสสาวะ
อุจาระการหอบและบางส่วนจาเหงื่อที่ออกบริเวณฝ่าเท้า
สุนัขต้องการน้ำเช่นเดียวกับมนุษย์
ถ้าสุนัข
ขาดน้ำเกิน 48 ชั่วโมง
จะเกิดสภาพการขัดน้ำอย่างถาวร
อาหารกระป๋องโดยทั่วไปจะประกอบด้วยน้ำทั่วไป
3 ใน 4 ส่วน
ซึ่งเพียงพอกับความต้องการ
ของแมว
แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของสุนัข
จึงควรจัดน้ำสะอาดให้สุนัขกินได้ตลอดเวลา
ถ้าพบว่าสุนัขดื่มน้ำมากผิดปกติ
ควรปรึกษาสัตว
แพทย์ เนื่องจากเป็นสิ่งบ่ง
บอกได้ว่าสุนัขมีความผิดปกติภายในร่างกาย
ความส่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญของการดูแลสุนัขให้มีสุขภาพดี
พยายามให้อาหารสุนัขของคุณในช่วงเวลา
และสถานที่เดียวกันทุกวัน
ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนช่วงเวลาการให้อาหาร
ควรค่อยๆเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ
ด้วยการผสมผสานสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่
บริเวณด้านข้างของบรรจุภัณฑ์ของอาหารสุนัขจะบอกปริมาณการให้อาหารสุนัขอย่างเหมาะสมโดยเกณฑ์ของน้ำหนัก
สุนัขที่มีกิจกรรมมาก
หรือสุนัขที่คุณเลี้ยงไว้นอกบ้าน
จะมีการเผาผลาญแคลอรี่ที่สะสมในร่างกายมากกว่า
สุนัขที่ถูกเลี้ยงไว้ในบ้านหรือสุนัขสูงวัยซึ่งมีกิจกรรมน้อยลง
ดังนั้นการเผาผลาญแคลอรี่ก็จะน้อยลงไปด้วย
ให้อาหารกับสุนัขของคุณในปริมาณที่เขาต้องการแต่ไม่ควรมากจนเกินไปโรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่พบมากในสุนัขเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นหรือชั้นไขมันบริเวณใต้ผิวหนังเริ่มหนาขึ้นแล้วละก็
ควรลดปริมาณอาหารที่ให้ลงตามสมควร
| อายุ | อาหารที่ให้ |
ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 5 สัปดาห์ |
ลูกสุนัขควรจะได้รับนมแม่หรือนมน้ำเหลืองเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงสามวันแรกที่ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน แต่ถ้าแม่สุนัขไม่สามารถให้นมได้ คุณควรเลี้ยงลูกสุนัขด้วยนมสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ ในสัปดาห์ที่ 4 คุณสามารถเริ่มให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปทีละน้อยๆโดยผสมกับนมอุ่นๆ |
6-8 สัปดาห์ |
ควรเริ่มฝึกให้ทานอาหารเม็ด โดยผสมน้ำอุ่นเพื่อให้มีความอ่อนตัวไม่แข็งจนเกินไป ควรให้ประมาณวันละ 4 มื้อ ( เช้า กลางวัน เย็น และ ก่อนนอน ) |
9-11 สัปดาห์ |
ลดปริมาณน้ำอุ่นที่ผสมในอาหารลง เพราะสุนัขเริ่มทานอาหารแข็งได้แล้ว |
3-5 เดือน |
ลดปริมาณน้ำอุ่นที่ผสมในอาหารลงอีก และลดจำนวนมื้ออาหารเป็นวันละ 3 มื้อ ( เช้า กลางวัน เย็น ) |
6 เดือนขึ้นไป |
เริ่มให้เขาหัดกินอาหารเม็ด โดยไม่ต้องผสมน้ำอีกต่อไปและให้ลดเหลือเพียง 1-2 มื้อต่อวัน |
ปริมาณการให้อาหารขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวสุนัข
ที่ข้างกล่องหรือถุงบรรจุภัณฑ์อาหารสุนัขจะมีปริมาณที่เหมาะสมแนะนำไว้
โดยแบ่งตามน้ำหนักที่แตกต่างกัน
การให้อาหารมากจนเกินไปหรือให้อาหารนอกเวลาที่สุนัขเคยได้รับตามปกติ
อาจทำให้เกิดโรคอ้วนซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆได้
| ขนาดของสุนัขเมื่อโตเต็มที่ | คำแนะนำในการให้อาหารลูกสุนัข |
|||
| น้อยกว่า 3 เดือน | 3-6 เดือน | 6-12 เดือน | 12-24 เดือน | |
| สุนัขขนาดเล็กมากจนถึง 5 kg | 50-75 g | 90-150 g | 100-160 g | 80-130 g |
| สุนัขขนาดเล็ก 5-12 kg | 75-140 g | 150-275 g | 160-310 g | 130-250 g |
| สุนัขขนาดกลาง 12-25 kg | 140-230 g | 275-450 g | 310-555 g | 250-440 g |
| สุนัขขนาดใหญ่ 25-45 kg | 230-325 g | 450-675 g | 555-850 g | 440-675 g |
ทั้งนี้ปริมาณการให้อาหารอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามขนาด
อายุ สายพันธุ์
และกิจกรรมของสุนัข
ข้อแนะนำสำหรับการให้อาหารสุนัข